• บัตรเครดิต
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • สินเชื่อรถยนต์
  • สินเชื่อบ้าน
  • ประกันภัย
  • ผลิตภัณฑ์การเงินทั้งหมด
บทความการเงิน
By Wathit Srisaengmak published April 15, 2017
บทความทั้งหมด » บัตรเครดิต - บัตกดเงินสด - สินเชื่อส่วนบุคคล » ธุรกิจกับการทวงถามหนี้สินให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ธุรกิจกับการทวงถามหนี้สินให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การทำธุรกิจ เรื่องที่ต้องประสบพบเจอ คือเรื่องหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้ล่าช้า การไม่จ่ายค่าสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจ แต่ถ้าการไม่ชำระจำนวนเงินมากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจของท่านแน่ หรือถ้าไม่มีเรื่องผิดนัดชำระหนี้เลยก็จะดี ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีกันทุกบริษัท เรื่องการทวงหนี้จึงต้องรู้ไว้ เพราะมีกฎหมายใหม่บัญญัติออกมาใช้แล้ว นั่นคือ พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ซึ่งถือว่ายังออกมาไม่นาน ยังมีผู้ไม่เข้าใจเรื่องการทวงหนี้อีกมาก ถ้าทำธุรกิจควรต้องทราบไว้เมื่อมีการตามไปทวงหนี้ ซึ่งต้องทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่คนไปทวงหนี้คือใคร ไปจนถึงวิธีการทวงหนี้ให้ถูกต้อง

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้บัญญัติบทนิยามศัพท์ ของผู้ที่จะไปทวงถามหนี้ ดังนี้

ผู้ทวงถามหนี้ หมายถึง เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบการธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีสิทธิรับชำระหนี้อันเกิดจากการกระทำที่เป็นทางการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึง ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ดังกล่าว ผู้รับมอบอำนาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจทวงถามหนี้ และผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย

การทวงถามหนี้ ต้องไปทวงถามกับใคร ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 ได้บัญญัติไว้ดังนี้

ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้ เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้ เพื่อการดังกล่าว

การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถามหรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

  1. แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับสถานที่ที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงหนี้

  2. ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้น เป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จำเป็นและตามความเหมาะสม

  3. ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมายในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ของลูกหนี้

  4. ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทำให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

การทำธุรกิจ เมื่อมีการทวงหนี้ ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย มิฉะนั้นอาจมีความผิดได้ บทความนี้นำมากล่าวเพียงบางส่วนของกฎหมายเท่านั้น ซึ่งมีรายละเอียดอยู่มาก จึงขอให้ติดตามบทความการทวงหนี้ต่อไปได้ที่เว็บไซต์นี้

แชร์.บทความนี้ให้ใครซักคนใน .Facebook
Wathit Srisaengmak
"เติมเต็มความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเงิน" หลายครั้ง หลายครา ที่เราอ่านบทความการเงินจากหลาย ๆ ที่แต่ก็ยังยากที่จะเข้าใจ เขาชอบที่จะเขียนบทความ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้นอีก
« บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป »

สมัคร-รับบทความการเงิน ทางอีเมล์

เรามีบทความการเงิน การลงทุน การประกันภัย ที่มีเนื้อหา สาระดีๆ ส่งให้ทุกวัน

ผู้สนับสนุน
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ แม็คโคร แพลตตินั่ม รีวอร์ด
รับ 1 คะแนน รีวอร์ด จากทุกๆ 100 บาทของยอดใช้จ่ายภายในแม็คโครและรับ 1 คะแนน รีวอร์ด จากทุกๆ 25 บาท ของยอดใช้จ่ายภายนอกแม็คโคร
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 15,000 บาท
สมัครออนไลน์
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รอยัล ออร์คิด พลัส ซีเล็คท์
รับเพิ่มคะแนนสะสมซิตี้แบงก์รีวอร์ดเป็น 3 เท่า เมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินการบินไทยผ่าน Citibank Travel Service
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 30,000 บาท
สมัครออนไลน์