• บัตรเครดิต
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • สินเชื่อรถยนต์
  • สินเชื่อบ้าน
  • ประกันภัย
  • ผลิตภัณฑ์การเงินทั้งหมด
บทความการเงิน
By Niwat Tipdechakul published November 15, 2016
หน้าหลัก » บทความทั้งหมด » ประกันภัยรถยนต์ - ประกันสุขภาพ และประกันภัยอื่น » ลดภาระทางการเงินด้วย "การแปลงกรมธรรม์"

ลดภาระทางการเงินด้วย "การแปลงกรมธรรม์"

ผู้ที่มีประกันชีวิตล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ตระหนักถึงประโยชน์ของกรมธรรม์ประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในด้านการสร้างสินทรัพย์ส่วนตัวไว้รองรับกรณีครอบครัวต้องสูญเสียรายได้ หรือคุณประโยชน์ด้านการเก็บออมเพื่อรองรับการใช้จ่ายในอนาคต แต่โดยหลักการของกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นการออมทรัพย์ระยะยาว เวลาที่เปลี่ยนผ่านอาจมีช่วงเวลาที่ผู้เอาประกันต้องประสบปัญหาทางการเงิน ซึ่งทำให้ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันลดลง จนไม่สามารถชำระต่อไปได้ กรณีนี้จะมีผลต่อกรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างแน่นอน

ปัญหาในกรณีนี้ ระบบการประกันชีวิตได้คิดทบทวนและเตรียมทางออกในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไว้แล้วและมีทางเลือกอยู่หลายวิธี เช่น การลดจำนวนเงินเอาประกัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดสัญญาเพิ่มเติมบางรายการออกชั่วคราว หรือการลดทุนประกันประกันในส่วนของกรมธรรม์หลักก็สามารถทำให้เบี้ยประกันที่ต้องชำระลดน้อยลงได้ หรืออีกวิธีหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตหลักโดยหลักการคือการยืดระยะเวลาในการสิ้นสุดสัญญา หรือการยืดเวลาในการชำระเบี้ยให้ยาวขึ้น เหล่านี้มีผลให้จำนวนเบี้ยประกันชีวิตลดลงได้ เป็นต้น ไม่ว่าผู้เอาประกันจะใช้วิธีการไหนก็ล้วนเป็นการผ่อนหนักให้เบาได้ และในกรณีที่ไม่สามารถชำระเบี้ยต่อไปได้จริงๆ ก็มีทางเลือกให้โดยที่ผู้เอาประกันยังคงได้รับประโยชน์สูงสุดได้

ในกรณีนี้ผู้เอาประกันไม่ต้องชำระเบี้ยต่อไปขณะที่กรมธรรม์ประกันชีวิตก็ยังมีผลคุ้มครองอยู่ เป็นการใช้ประโยชน์จากมูลค่ากรมธรรม์ซึ่งเป็นมูลค่าที่บริษัทผู้รับประกันได้แจ้งและรับรองไว้ล่วงหน้าตามอายุกรมธรรม์นั้นๆ ศัพท์ในการประกันชีวิตเรียกวิธีการนี้ว่า "การแปลงกรมธรรม์ประกันชีวิต" ซึ่งมีด้วยกัน 2 รูปแบบให้ผู้เอาประกันได้เลือก คือ

  • การแปลงกรมธรรม์โดยใช้มูลค่าเงินสำเร็จ คือ การที่ผู้เอาประกันไม่ประสงค์ที่จะชำระเบี้ยต่อไป แต่ขอให้มีความคุ้มครองต่อไป ซึ่งกรณีนี้บริษัทผู้รับประกันจะคุ้มครองให้โดยมีระยะเวลาคุ้มครองตามสัญญาเดิมต่อไป แต่จำนวนเงินเอาประกันจะลดลงตามมูลค่าใช้เงินสำเร็จ โดยจะได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุเมื่อเสียชีวิตหรืออยู่จนครบสัญญา

  • การแปลงกรมธรรม์โดยใช้มูลค่าขยายเวลา คือ การที่ผู้เอาประกันไม่ประสงค์ที่จะชำระเบี้ยต่อและขอให้มีความคุ้มครองต่อไปเช่นกัน แต่กรณีนี้บริษัทผู้รับประกันจะคุ้มครองให้โดยมีจำนวนเงินเอาประกันตามสัญญาเดิมต่อไป แต่ระยะเวลาคุ้มครองจะลดลงเท่ากับระยะเวลาขยายให้ หากผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับเงินทดแทนเท่ากันจำนวนเงินเอาประกันเดิม แต่กรณีที่ผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่จนถึงเวลาที่ระบุไว้สัญญาก็สิ้นสุด แต่ผู้เอาประกันจะได้รับเงินคืนหรือไม่ก็ต้องดูว่าในตารางกำหนดเงินเหลือไว้หรือไม่

จะเห็นได้ว่าในการแก้ปัญหาในเรื่องความสามารถในการชำระเบี้ยนี้ บริษัทประกันชีวิตได้พยายามช่วยผู้เอาประกันในการแก้ปัญหา ซึ่งประเด็นสำคัญคือการรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันให้สามารถคลี่คลายปัญหาได้ ในขณะที่ยังคงรับความคุ้มครองต่อไปตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

แชร์.บทความนี้ให้ใครซักคนใน .Facebook
Niwat Tipdechakul
"ให้ประกันช่วยคุณบริหารความเสี่ยง" เขาอยากให้ประกันเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน และชอบที่จะเขียนเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องของประกัน
« บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป »

สมัคร-รับบทความการเงิน ทางอีเมล์

เรามีบทความการเงิน การลงทุน การประกันภัย ที่มีเนื้อหา สาระดีๆ ส่งให้ทุกวัน

ผู้สนับสนุน
บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ
ฟรีห้องพักโรงแรม สำหรับคืนที่ 4 กับโรงแรมใดก็ได้ทั่วโลก เมื่อจองและชำระผ่านบริการเลขาส่วนตัว
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 50,000 บาท
สมัครออนไลน์
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รีวอร์ด
รับคะแนนสะสมซิตี้แบงก์รีวอร์ดสูงสุด 5 เท่า
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 15,000 บาท
สมัครออนไลน์