บทความการเงิน
By Niwat Tipdechakul published November 15, 2016
หน้าหลัก » บทความทั้งหมด » ประกันภัยรถยนต์ - ประกันสุขภาพ และประกันภัยอื่น » มูลค่ากรมธรรม์...เงินรับรองว่าจะจ่ายเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์

มูลค่ากรมธรรม์...เงินรับรองว่าจะจ่ายเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์

ในบทความก่อนหน้าผู้เขียนได้กล่าวถึงมูลค่ากรมธรรม์ไว้ว่า คือเงินออมที่สะสมไว้กับกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์หรือกรมธรรม์แบบลูกผสมที่มีลักษณะของแบบสะสมทรัพย์ โดยในแต่ละปีที่อายุกรมธรรม์มากขึ้นมูลค่ากรมธรรม์ก็จะมากตาม และเมื่อสัญญาได้ดำเนินถึงสิ้นปีสุดท้าย มูลค่ากรมธรรม์ก็จะเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันชีวิตหรือเงินที่ทางบริษัทประกันชีวิตรับรองว่าจะจ่ายคืนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

โดยคำจำกัดความของ "มูลค่ากรมธรรม์” คือ เบี้ยประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันชีวิตจ่ายให้บริษัทผู้รับประกันในแต่ละปี หักด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ ที่รวมถึงส่วนที่นำไปเฉลี่ยเพื่อจ่ายเป็นค่าสินไหมทดแทนกรณีมรณกรรม จากนั้นบริษัทจะนำส่วนที่เหลือไปลงทุนตามกลไกของบริษัท และถึงเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์จึงนำส่วนที่เหลือและผลตอบแทนจากการลงทุนมารวมกัน เพื่อเก็บรวบรวมสะสมให้แก่ผู้เอาประกัน แต่เนื่องด้วยกรมธรรม์เป็นสัญญาที่ต่างฝ่ายต้องตกลงยอมรับเงื่อนไขร่วมกันก่อน จึงต้องมีการกำหนดมูลค่ากรมธรรม์โดยการคิดคำนวณล่วงหน้าและระบุไว้เป็นตารางแสดงมูลค่ากรมธรรม์ ที่แจงรายละเอียดเป็นสัญญารับรองไว้ว่า เมื่อถึงกำหนดสิ้นปีกรมธรรม์ในแต่ละปีทางบริษัทผู้รับประกันจะจ่ายเงินคืนสะสมตามสัญญาเท่ากับจำนวนเงินที่ระบุไว้ แม้ว่าผลการลงทุนนั้นจะขาดทุนหรือกำไรมากน้อยก็ตาม ซึ่งโดยทั่วไปนั้นเบี้ยประกันชีวิตในปีแรกๆ เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วมักไม่เหลือเงินส่วนที่นำไปลงทุน ดังนั้นมูลค่ากรมธรรม์จึงมักเกิดขึ้นหลังจากสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 หรือสิ้นปีที่ 3 เป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นในแบบกรมธรรม์บางแบบที่ไม่ได้เน้นการคุ้มครองชีวิตในช่วง 2-3 ปีแรก (เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตในช่วงนี้บริษัทจะคืนเบี้ยประกันหรือจ่ายชดเชยด้วยเงินที่น้อยกว่าทุนประกัน) กรมธรรม์แบบนี้เน้นผลตอบแทนระยะสั้นจึงมักมีอัตราเบี้ยสูง กอปรกับไม่มีภาระเรื่องการคุ้มครองชีวิตในช่วง 2-3 ปีแรก จึงทำให้มีเงินเหลือพอที่จะจ่ายคืนเป็นมูลค่ากรมธรรม์ได้ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์แรก มูลค่ากรมธรรม์นี้มีประโยชน์มากเมื่อจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือเงื่อนไขของกรมธรรม์ในภายหลัง ซึ่งอาจเกิดได้จากผู้เอาประกันประสบปัญหาหรือไม่ประสงค์ที่จะส่งเบี้ยประกันชีวิตต่อไป ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นมูลค่ากรมธรรม์ที่ระบุไว้จะถูกใช้เป็นมูลค่าอ้างอิงในการเปลี่ยนแปลงสัญญาต่อไป

มูลค่ากรมธรรม์ที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต มีได้ 3 กรณี คือ

  • มูลค่าเวนคืนเงินสดที่ใช้ขอการเวนคืนกรมธรรม์
  • มูลค่าใช้เงินสำเร็จที่ใช้ในการขอแปลงกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ
  • มูลค่าขยายเวลาที่ใช้ในการขอแปลงกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์แบบขยายเวลา

มูลค่ากรมธรรม์ทั้ง 3 กรณีเป็นสิทธิเฉพาะของผู้เอาประกันชีวิตเท่านั้น ที่จะขอใช้สิทธิในการขอเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ประกันชีวิตของตนเองที่มีอยู่ ทั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนการจัดสรรสินทรัพย์ให้เหมาะสมต่อสภาพทางการเงิน อันเป็นขั้นตอนหนึ่งในการจัดการแผนทางการเงินของท่านผู้อ่านนั่นเอง

แชร์.บทความนี้ให้ใครซักคนใน .Facebook
Niwat Tipdechakul
"ให้ประกันช่วยคุณบริหารความเสี่ยง" เขาอยากให้ประกันเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน และชอบที่จะเขียนเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องของประกัน
« บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป »

สมัคร-รับบทความการเงิน ทางอีเมล์

เรามีบทความการเงิน การลงทุน การประกันภัย ที่มีเนื้อหา สาระดีๆ ส่งให้ทุกวัน

ผู้สนับสนุน
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รีวอร์ด
รับคะแนนสะสมซิตี้แบงก์รีวอร์ดสูงสุด 5 เท่า
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 15,000 บาท
สมัครออนไลน์
บัตรเครดิตซิตี้ พรีเมียร์
รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด 4 เท่า เมื่อใช้จ่าย ณ ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลอดภาษีทั่วโลก
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 30,000 บาท
สมัครออนไลน์