บทความการเงิน
By Wathit Srisaengmak published September 11, 2017
หน้าหลัก » บทความทั้งหมด » บัตรเครดิต - บัตกดเงินสด - สินเชื่อส่วนบุคคล » หนี้สินกับดอกเบี้ยตามกฎหมาย

หนี้สินกับดอกเบี้ยตามกฎหมาย

ยุคนี้ ไม่มีใครไม่เป็นหนี้ ทุกคนล้วนเป็นหนี้กันทุกคน แต่เป็นหนี้ก็ต้องรู้ รู้อะไร ต้องรู้เรื่องของดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ย ซึ่งการคิดอัตราตามกฎหมายไม่เท่ากัน ทำไมถึงไม่เท่ากัน กฎหมายกำหนดไว้ว่าอย่างไร และการเป็นหนี้ มีหนี้อะไรบ้าง

ดอกเบี้ยคือเงินที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโดยการคำนวณเป็นอัตราร้อยละต่อปี ในทางเศรษฐศาสตร์ ดอกเบี้ยเป็นเครื่องควบคุมอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย คือเมื่อใดที่เกิดอัตราเงินเฟ้อขึ้น แสดงว่า มีปริมาณเงินในตลาดจำนวนมาก และสินค้าจะราคาแพงขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ ทำให้เงินได้ออกจากตลาดไป ปริมาณเงินจะลดลง เงินเฟ้อก็จะลดลง (จาก Wikipedia)

อัตราดอกเบี้ย คือ อัตราที่ผู้ยืม หรือลูกหนี้ จ่ายดอกเบี้ยสำหรับการใช้เงินที่ยืมมาจากผู้ให้ยืม คิดอย่างไร ก็คิดร้อยละของเงินต้นที่จ่ายเป็นงวดนั่นเอง

เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับหนี้เงินกู้ มีการออกกฎหมายใหม่ที่สำคัญ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา 2560 มีผลใช้บังคับแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นมี พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา 2475 ใช้มาหลายปี ซึ่งล้าสมัยไปแล้ว ต้องมีการปรับปรุบกฎหมายเพื่อความเป็นธรรม และให้ทันกับยุคสมัยใหม่มากขึ้น สาระสำคัญหลัก ๆ เป็นเรื่องเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด การกำหนดข้อความอันเป็นเท็จของจำนวน หรืออื่น ๆ ในการกู้เงิน เพื่อปิดบังดอกเบี้ยเกินอัตรา จะนำเสนอรายละเอียดในบทต่อไป

เรื่องอัตราดอกเบี้ย มีกฎหมายกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 บัญญัติ ว่าห้ามมิให้เรียกดอกเบี้ยได้เกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมา 15% ต่อปี ซึ่งดอกเบี้ยที่เกินกฎหมายย่อมตกเป็นโฆฆะ และยังมีกฎหมายที่กำหนดในสถาบันการเงินเรียกดอกเบี้ยได้มากกว่า 15% ต่อปี เป็นกฎหมายใด

สถาบันการเงินหรือธนาคาร บริษัทเงินทุนต่าง ๆ นั้น มีกฎหมายอะไรกำหนดเรื่องดอกเบี้ย นั่นก็คือ พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 ที่ให้คิดดอกเบี้ยในอัตราได้สูงกว่า 15% ต่อปีได้ ถ้าเป็นประเภทบัตรเครคิต เรียกได้ไม่เกิน 20% ต่อปี รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการใช้เบิกหรือถอนเงินสดอีกได้ไม่เกิน 3% แล้วถ้าเป็นสินเชื่อบุคคล สามารถเรียกเก็บได้ไม่เกิน 28% ต่อปี สำหรับกรณีนาโนไฟแนนซ์เรียกได้ไม่เกิน 36% ต่อปี

เมื่อท่านเป็นหนี้ ไม่ว่าหนี้จากใคร สถาบันการเงินหรือธนาคารใดก็ตาม อัตราต้องเป็นไปตามกฎหมายนั้น กฎหมายได้บัญญัติไว้เพื่อความเป็นธรรม และอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันไป เวลาเป็นหนี้ จงเป็นหนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

แชร์.บทความนี้ให้ใครซักคนใน .Facebook
Wathit Srisaengmak
"เติมเต็มความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเงิน" หลายครั้ง หลายครา ที่เราอ่านบทความการเงินจากหลาย ๆ ที่แต่ก็ยังยากที่จะเข้าใจ เขาชอบที่จะเขียนบทความ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้นอีก
« บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป »

สมัคร-รับบทความการเงิน ทางอีเมล์

เรามีบทความการเงิน การลงทุน การประกันภัย ที่มีเนื้อหา สาระดีๆ ส่งให้ทุกวัน

ผู้สนับสนุน
บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ
ฟรีห้องพักโรงแรม สำหรับคืนที่ 4 กับโรงแรมใดก็ได้ทั่วโลก เมื่อจองและชำระผ่านบริการเลขาส่วนตัว
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 50,000 บาท
สมัครออนไลน์
บัตรเครดิตซิตี้ พรีเมียร์
รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด 4 เท่า เมื่อใช้จ่าย ณ ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลอดภาษีทั่วโลก
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 30,000 บาท
สมัครออนไลน์