• บัตรเครดิต
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • สินเชื่อรถยนต์
  • สินเชื่อบ้าน
  • ประกันภัย
  • ผลิตภัณฑ์การเงินทั้งหมด
บทความการเงิน
By Niwat Tipdechakul published June 24, 2017
หน้าหลัก » บทความทั้งหมด » ประกันภัยรถยนต์ - ประกันสุขภาพ และประกันภัยอื่น » หลักเกณฑ์ทั่วไปในการพิจารณารับประกันของบริษัทประกันชีวิต

หลักเกณฑ์ทั่วไปในการพิจารณารับประกันของบริษัทประกันชีวิต

เราทราบกันดีว่า "การประกันชีวิต" หมายถึงการที่บุคคลกลุ่มหนึ่งร่วมกันเฉลี่ยความเสี่ยงภัยอันเนื่องจากการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ รวมถึงการชราภาพ ซึ่งภัยเหล่านี้ทำให้ผู้เอาประกันและครอบครัวสูญเสียรายได้ โดยมีบริษัทประกันชีวิตจะทำหน้าที่รวบรวมเงินกองกลางและจ่ายเงินสินไหมทดแทนให้กับสมาชิกที่ต้องประสบกับภัยเหล่านั้นตามสัดส่วนของเงินที่นำมาลงขันไว้ เพื่อช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตนเองและครอบครัว จะว่าไปแล้วก็เปรียบเสมือนเป็นการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเพราะเมื่อกรมธรรม์มีได้ระยะเวลาหนึ่ง ก็จะมีมูลค่าเงินสดซึ่งจะสะสมเพิ่มมากขึ้นตามอายุกรมธรรม์จนเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันเมื่อสัญญาครบกำหนด

วัตถุประสงค์หลักของการประกันชีวิตคือเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับครอบครัวของผู้เอาประกันภัย เพราะการทำประกันภัยเป็นลักษณะของการออมเงินแบบกึ่งบังคับ โดยผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอ และหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบตามที่กรมธรรม์กำหนดไว้ ก็จะได้เงินออมนั้นคืนพร้อมดอกผลตามเงื่อนไขของสัญญา โดยผู้เอาประกันสามารถใช้เป็นเครื่องมือออมเงินเพื่อไว้ใช้ยามชรา หรือออมไว้เพื่อเก็บเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลาน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นการออมเงินแต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มได้ เพราะการประกันชีวิตนั้นมีกฎหมายเป็นการเฉพาะและมีข้อกำหนดสำหรับการเข้าร่วมโดยบุคคลที่ขอเอาประกันชีวิตต้องยื่นคำขอพร้อมชำระเบี้ยประกันตามแบบที่กำหนด แล้วบริษัทประกันชีวิตจะเป็นฝ่ายพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณารับประกันชีวิต ดังต่อไปนี้

  • ตัวแทนประกันชีวิตจะเป็นผู้พิจารณาบุคคลที่ขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกซึ่งเรียกว่า "ขอเอาประกันชีวิต" เป็นด่านแรกแรก เพราะตัวแทนประกันชีวิตจะเป็นผู้ที่ทราบข้อมูลเบื้องต้นของบุคคลผู้นั้นดีที่สุด และอาจจะต้องมีการคัดกรองสุขภาพโดยพิจารณาจากอายุและเงินเอาประกันภัยเป็นหลัก

  • บริษัทประกันชีวิตพิจารณารับประกัน โดยจัดกลุ่มของผู้ขอเอาประกันชีวิตตามอัตราการเสี่ยงภัยที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

    1. เสี่ยงภัยมาตรฐาน คือบุคคลที่มีสุขภาพดี อาชีพไม่เสี่ยง บริษัทประกันชีวิตจะรับประกันโดยคิดเบี้ยประกันปกติ

    2. เสี่ยงภัยต่ำกว่ามาตรฐาน คือบุคคลที่มีสุขภาพดี แต่มีอาชีพเสี่ยง บริษัทประกันชีวิตจะรับประกันและคิดเบี้ยประกันเพิ่มหรือยกเว้นไม่คุ้มครองบางประเด็น

    3. เสี่ยงภัยที่ไม่สามารถรับประกันได้ คือบุคคลที่มีอาชีพหรือสุขภาพเสี่ยงที่สุด บริษัทประกันชีวิตจะไม่รับประกันและคืนเบี้ยประกันให้

แต่ต้องเข้าใจให้ดีว่าการออมเงินวิธีนี้ไม่สามารถถอนเงินได้ทันทีเหมือนกับการฝากเงินกับธนาคาร เพราะการทำประกันชีวิตมีวัตถุประสงค์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัวโดยมีเป้าหมายคือจำนวนเงินเอาประกันชีวิตซึ่งอาจจะมีการจ่ายเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญาก็ได้

แชร์.บทความนี้ให้ใครซักคนใน .Facebook
Niwat Tipdechakul
"ให้ประกันช่วยคุณบริหารความเสี่ยง" เขาอยากให้ประกันเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน และชอบที่จะเขียนเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องของประกัน
« บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป »

สมัคร-รับบทความการเงิน ทางอีเมล์

เรามีบทความการเงิน การลงทุน การประกันภัย ที่มีเนื้อหา สาระดีๆ ส่งให้ทุกวัน

ผู้สนับสนุน
บัตรเครดิตซิตี้เอ็ม วีซ่า รีวอร์ด
ส่วนลด 5% ตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้าราคาปกติ ภายในห้างฯ เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 15,000 บาท
สมัครออนไลน์
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์
ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 1 ล้านบาท ภายใน 1 รอบปีสมาชิกบัตรฯ + สะสมไมล์ 22,000 ไมล์จากการบินกับการบินไทย
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 50,000 บาท
สมัครออนไลน์