• บัตรเครดิต
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • สินเชื่อรถยนต์
  • สินเชื่อบ้าน
  • ประกันภัย
  • ผลิตภัณฑ์การเงินทั้งหมด
บทความการเงิน
By Niwat Tipdechakul published June 20, 2017
หน้าหลัก » บทความทั้งหมด » ประกันภัยรถยนต์ - ประกันสุขภาพ และประกันภัยอื่น » ยกเว้นความคุ้มครอง : ใช้รถยนต์นอกเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์

ยกเว้นความคุ้มครอง : ใช้รถยนต์นอกเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์

การประกันภัยรถยนต์ คือการประกันภัยทรัพย์สินหรือประกันวินาศภัยที่บริษัทผู้รับประกันตกลงว่าจะชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์คันที่ได้เอาประกันไว้ ซึ่งเป็นแผนการจัดการทางการเงินเพื่อรองรับความเสี่ยงภัยต่อความเสียหายจากการใช้รถยนต์หรือการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินชีวิตที่ต้องการความสะดวกสบายและพัฒนาการด้านเศรษฐกิจที่ภาวะแข่งขันกันทางธุรกิจสูงในปัจจุบัน โดยมีการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก หรือเป็นรถอื่นที่เดินด้วยเครื่องยนต์ หรือพลังงานอื่นๆ แต่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ต้องทำไว้เป็นประกันภัยขั้นพื้นฐาน และมีการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นและให้ความคุ้มครองได้ครอบคลุมการเสี่ยงภัยที่มากกว่า

แต่ตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) ที่ห้ามนำรถยนต์คันที่เอาประกันภัยนั้นไปใช้รับจ้าง หรือให้เช่า และตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ห้ามใช้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในตารางเงื่อนไข เพราะหากพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว กรมธรรม์ประกันภัยทั้งสองจะยกเว้นความคุ้มครองเพราะบริษัทผู้รับประกันถือว่าผู้เอาประกันได้กระทำผิดเงื่อนไขในการรับประกันภัย จึงเป็นประเด็นปัญหาเรื่องการใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในตารางในขณะเกิดเหตุตามกรมธรรม์ประกันภัยว่ามีความหมายครอบคลุมเพียงใด เนื่องจากมีการให้ความหมายของการใช้รถยนต์นอกเหนือจากในตารางไว้เพียงว่า "เป็นการใช้รถยนต์ในลักษณะการใช้รถยนต์ที่ถูกกำหนดไว้ในพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์" โดยต้องนำไปใช้ในลักษณะการใช้รถยนต์ที่มีความเสี่ยงภัยสูงกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ในขณะทำประกันภัย เช่นการนำรถยนต์ที่มีลักษณะการใช้ส่วนบุคคลไปใช้รับจ้างหรือให้เช่า เพราะโอกาสเกิดอุบัติเหตุสำหรับรถยนต์ที่ใช้รับจ้างหรือให้เช่ามีสูงกว่ารถยนต์ที่ใช้ในลักษณะการขับขี่ส่วนบุคคล

ทว่าในปัจจุบันนี้มีการกำหนดพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์นั้นกำหนดตามลักษณะการใช้รถยนต์ที่ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์คันที่เอาประกันภัยนั้น เช่นรถยนต์ บรรทุกถูกกำหนดให้ใช้เพื่อการบรรทุกและขนส่งสินค้า ส่วนรถยนต์ลากจูงถูกกำหนดให้ใช้ในการลากจูงและต้องไม่มีกระบะสำหรับการบรรทุก แต่ในปัจจุบันได้มีการดัดแปลง รถยนต์กระบะบรรทุกให้มีอุปกรณ์สำหรับใช้ในการลากจูงรถพ่วง เมื่อมีการนำรถยนต์บรรทุกมาใช้ในการลากจูงในลักษณะของรถยนต์ลากจูงจึงมีความเสี่ยงในการใช้รถยนต์คันนั้นมากขึ้น และถือว่าเป็นการใช้รถยนต์ในความหมายที่แตกต่างไปจากข้อกำหนด ซึ่งรถยนต์ลากจูงถูกกำหนดให้เป็นรถยนต์ที่มีความเสี่ยงกว่ารถยนต์บรรทุก

ฉะนั้นเมื่อนำรถยนต์บรรทุกมาใช้เป็นรถยนต์ลากจูงแล้ว จึงเป็นการใช้รถยนต์ผิดเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดความเสียหายขึ้นผู้รับประกันภัยจึงมีสิทธิ์ปฏิเสธความคุ้มครองได้

แชร์.บทความนี้ให้ใครซักคนใน .Facebook
Niwat Tipdechakul
"ให้ประกันช่วยคุณบริหารความเสี่ยง" เขาอยากให้ประกันเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน และชอบที่จะเขียนเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องของประกัน
« บทความก่อนหน้า
บทความถัดไป »

สมัคร-รับบทความการเงิน ทางอีเมล์

เรามีบทความการเงิน การลงทุน การประกันภัย ที่มีเนื้อหา สาระดีๆ ส่งให้ทุกวัน

ผู้สนับสนุน
บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ
ฟรีห้องพักโรงแรม สำหรับคืนที่ 4 กับโรงแรมใดก็ได้ทั่วโลก เมื่อจองและชำระผ่านบริการเลขาส่วนตัว
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 50,000 บาท
สมัครออนไลน์
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์
ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 1 ล้านบาท ภายใน 1 รอบปีสมาชิกบัตรฯ + สะสมไมล์ 22,000 ไมล์จากการบินกับการบินไทย
รายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 50,000 บาท
สมัครออนไลน์